วันเสาร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

[Manga Review] FILM GIRL โลกสดใสของยัยจืดชืด / ผลงานของ TAKAGI Shigeyoshi - Part 1/2

 HELLO EVERY EXTEENER :)
ในที่สุดก็ปิดเทอมแล้ว ยะหู้วววว 
ก่อนจะต้องไปเรียนซัมเมอร์ ถือโอกาสเคลียร์นิยายและการ์ตูนเก่าๆ ดีกว่า
ซึ่งมันมีอยู่เรื่องหนึ่งที่ออยกะจะเอามา Review ตั้งแต่ตอนซื้อมาแล้วล่ะ แต่ก็ดองไว้ไม่ได้อ่านสักที
 
 
[フィルムガール]
 
 
     'นากามุระ เมย์' สาวมอปลายวัย 16 ปี ในสมัยเด็กเคยเป็นนางแบบ แต่เพราะเหตุการณ์หนึ่งทำให้เธอสูญเสียความมั่นใจในตัวเองและออกจากวงการ ห้าปีผ่านไป เมย์ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ไม่สะดุดตา จนกลายเป็นคนจืดชืดและมักจะโดนคนอื่นมองข้ามเสมอ แต่แล้ววันหนึ่ง 'ชิโร่' นายแบบสุดโด่งดัง ผู้มีมาดเข้มและแสนเซ็กซี่ก็เข้ามาบอกว่าเขาเป็นแฟนคลับที่คลั่งไคล้เมย์ และตื๊อว่าอยากจะถ่ายรูปกับเมย์ในฐานะนายแบบ-นางแบบ เมย์ที่ยังฝังใจกับอดีตจะสามารถลุกขึ้นยืนได้หรือไม่...
 
 
จำนวน : 2 เล่มจบ / สำนักพิมพ์ : บงกชพับบลิชชิ่ง / ลิขสิทธิ์ในญี่ปุ่น : Hakusensha
แต่งโดย TAKAGI Shigeyoshi    ซึ่งเป็นนักเขียนที่ออยปลื้มมว๊ากกก!
ตัวเอกทั้งพระ-นางน่ารักมากๆ เลย นางเอกเป็นคนจืดแบบไม่มีตัวตนเลยทีเดียว
แต่ภายในเป็นคนอ่อนโยน ซื่อๆ บางทีก็เท่สุดๆ ><
ออยปลื้มนางตั้งแต่แรกเริ่มเรื่องเลย คือฉากแรกที่พระ-นางสปาร์คกันในคาเฟ่
เพื่อนนางเอกเดินคุยกันแล้วกระเป๋าไปกระแทกเบาะที่พระเอกนั่งเบาๆ โดยไม่รู้ตัว เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ปกติไม่มีใครใส่ใจ
แต่เมย์ที่เดินตามอยู่ด้านหลัง ก้มหัวเล็กน้อยและเอ่ยขอโทษแทนเพื่อนขณะเดินผ่านไป
โอ้ววววว คิดดูดิ่ แค่หน้าเดียวก็ทำให้ออยปิ๊งนางเอกคนนี้ขึ้นมาแล้ว อะไรจะเป็นเด็กจิตใจดีปานนี้ ฮุฮุ
 
 
 
ถึงจะบอกว่าเมย์เป็นคนจืดๆ แต่จากผมยาวดำ หุ่นผอมเพรียวขนาดนี้ อ่านยังไง๊ยังไงก็ไม่รู้สึกถึงความจืดชืดสักนี๊ดดด = ="
ส่วนพระเอกที่เปี่ยมไปด้วยสเน่ห์นั้น อันที่จริงพี่แกเป็นโอตาคุอย่างหนัก
บ้าๆ บอๆ รั่วๆ แต่เวลาทำงานนี่สุดเท่ไปเลย
คนที่รู้เบื้องหลังพระเอกและช่วยกันปิดบังมีแค่ผู้จัดการ ประธานสังกัดของพระเอก แล้วก็นางเอก
 
BEFORE             >>              AFTER
 >> 
 
 
เนื้อเรื่องเป็นแบบจบในตอน ฮาๆ อ่านได้เรื่อยๆ อบอุ่น อารมณ์แบบ Feel Good น่ารักกิ๊บกิ๊ว.~*
มิชชั่นคือพระเอกพยายามผลักดันนางเอกกลับเข้าวงการถ่ายแบบอีกครั้ง
แต่ว่าเรื่องนี้มีจุดผิดพลาดใหญ่หลวงหนึ่งจุดคือตัวละครลับที่เกริ่นมาตอนจบเล่มแรกไม่โผล่มาอีกเลย ...เพื่อร่ะ orz
ดูเหมือนอาจารย์ตั้งใจจะเขียนเรื่องยาวกว่านี้ แต่ตัดจบซะก่อน เลยต้องตัดบทที่เกริ่นออกมาทิ้งไป
หน้าปกสวยมากเลยเนอะ ลายเส้นข้างในก็จะแบบเรียบๆ ไม่รกมาก อาร์ต สวยงาม
และที่ขาดไม่ได้เลยคือ Oneshot สองเรื่องในท้ายเล่ม 2 !!
 
 
เรื่องแรก [เส้นทางแสงแห่งโลกมืด / Anya Kouro]
     นางเอกคอยมองพระเอกซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียน ขณะเดินทางไปโรงเรียนบนรถไฟทุกวัน เขาจะขึ้นรถไฟคันเดิม เวลาเดิม นั่งอ่านหนังสือแต่ไม่เคยพลิกหน้าถัดไป วันหนึ่งพระเอกทำหนังสือหล่น นางเอกเก็บขึ้นมาคืน แต่พระเอกกลับยกมันให้เธอเอาซะดื้อๆ นางเอกเป็นคนมองโลกในแง่ดี ร่าเริงแจ่มใส เสียงดัง และไม่ถูกกับสิ่งพิมพ์อย่างหนัก แต่ก็พยายามที่จะอ่านหนังสือที่พระเอกให้ เธอต้องอ่านออกเสียงเพราะไม่งั้นจะหลับ จากนั้นมาทุกๆ วันนางเอกจะพูดคุยกับพระเอกเรื่องเนื้อหาในหนังสือบนรถไฟ แต่ดูเหมือนจะเป็นการคุยฝ่ายเดียวมากกว่า
 
ที่เหลือเป็นไงต่อต้องไปอ่านเอง สปอยล์กว่านี้ไม่ได้แล้วแหละ
ขอบอกเลยว่าคนที่อ่านแรกๆ แล้วคิดว่าไม่มีอะไรแบบออย คุณคิดผิดมหันต์!!
ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องสั้นเพียง 40 หน้าจะหักมุมจนออยร้องไห้ได้
บรรยากาศของเรื่องเหงาๆ บิ้วอารมณ์ดราม่าได้มากมาย โคตรประทับใจเลยค่า TT'
 
 
 
 
 
เรื่องที่สอง [ยินดีต้อนรับสู่ Wonderful Cafe' / Wonderful Cafe ni Youkoso]
     นางเอกถูกพ่อแม่ทิ้งไปเพื่อหนีหนี้ พ่อแม่ประเสริฐ ทำให้ไม่มีที่อยู่จนต้องไปนอนในสวนสาธารณะ พระเอกที่กำลังตามหาหมาได้มาพบนางเอกและคิดว่าเป็นหมาของเขาที่ตายไปแล้ว จึงพานางเอกกลับบ้าน พระเอกเป็นเจ้าของร้านกาแฟที่นำสัตว์เลี้ยงเข้าไปได้ ซึ่งกิจการย่ำแย่เพราะเขาสนใจแต่สัตว์เลี้ยงของลูกค้า โดยไม่ยอมต้อนรับลูกค้า แต่มีเชฟกับนักศึกษาที่มาทำงานพิเศษคอยประคับประคองร้านเอาไว้ได้
 
พระเอกเป็นผู้ใหญ่ปากหมา มนุษยสัมพันธ์แย่
ส่วนนางเอกเป็นเด็กเข้มแข็ง แอบดื้อเงียบ
เรื่องแนวครอบครัวน่ารักๆ อบอุ่น ไม่เน้นเรื่องความรัก มีน้องหมาเต็มไปหมดเลย ◕ᴥ◕
 
 
 
ทั้งเรื่องหลักและ Oneshot #คะแนน 9/10
สาเหตุอันดับหนึ่งที่ต้องหยิบเรื่องนี้มาอ่านก็เพราะอาจารย์ TAKAGI Shigeyoshi
เป็นหนึ่งในอาจารย์วงการการ์ตูนที่ออยประทับใจ ไม่เคยผิดหวังกับงานของอาจารย์คนนี้เลยล่ะ
อาจารย์เขียนทั้งแนว Yaoi และ Normal
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสั้น-ยาว ก็อ่านแล้วโดนใจจึ้กๆ ทุกงานจนต้องสยบให้พี่แกเลยทีเดียว
ต่อไปจะเป็นการสครีมผลงานของอาจารย์ แต่ไม่เน้นรายละเอียดเท่า Film Girl นะ
จะพูดถึงผลงานที่มี LC ในไทยอีก 2 เรื่อง (แบบว่า 3 เรื่อง 3 สำนักพิมพ์เลยล่ะ) แล้วก็เรื่องอื่นๆ โน่นนี่นั่น
ซึ่งเนื้อหายาวแท้ ฉะนั้นขอตัดฉับเป็นสองเอนทรี่จะดีกว่าเนาะ
 
 


Repost: 11.03.2014

วันศุกร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

[Manga Review] MY GIRL รักเกินร้อยเจ้าหญิงน้อยของผม

 MY GIRL รักเกินร้อยเจ้าหญิงน้อยของผม
 
เขียนโดย SAHARA Mizu
มี 5 เล่มจบ ลิขสิทธิ์ในไทยเป็นของสำนักพิมพ์ Siam Inter Comics
 
 
 
 
คาซามะ มาซามุเนะ เคยมีแฟนสมัยมัธยมที่อายุมากกว่าถึง 4 ปี คุณโยโกะ
แต่จู่ๆ เธอก็บอกว่าจะไปเรียนต่อต่างประเทศและจากไปอย่างไม่ทันตั้งตัว
จนเวลาล่วงเลยไป 5 ปี มาซามุเนะอายุ 23 ปีเป็นพนักงานกินเงินเดือนธรรมดาๆ
เขายังคงเฝ้ารอโยโกะทั้งๆ ที่เธอไม่เคยติดต่อมาเลย
เขาคิดว่าโยโกะคงลืมเขาไปแล้ว แต่จู่ๆ ก็ได้รับการติดต่อจากแม่ของโยโกะว่าเธอเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ
ในงานศพโยโกะ แม่ของเธอบอกว่าความจริงแล้วโยโกะมีลูกกับมาซามุเนะ แต่เขาคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้
วันต่อมามาซามุเนะได้พบ โคฮารุ เด็กหญิงตัวน้อยวัย 5 ขวบ 
เขาได้รู้ว่าโคฮารุเป็นลูกสาวของโยโกะและเขาจริงๆ แท้จริงแล้วโยโกะไม่เคยลืมเขาเลย
และที่ทิ้งเขาไปเลี้ยงลูกเพียงลำพังเพราะต้องการให้เขามีอนาคตที่เจริญก้าวหน้า
มาซามุเนะรู้สึกผิดอย่างมาก ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจพาโคฮารุมาอยู่ด้วย
แต่คนสองคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนต้องมาใช้ชีวิตด้วยกันก็ไม่ต่างจากคนแปลกหน้า
ทำให้ทั้งคู่ต้องพยายามปรับตัวเข้าหากันเป็นอย่างมาก
 
 
คาซามะ มาซามุเนะ หนุ่มแว่นผู้เอาจริงเอาจัง อ่อนโยน นิสัยดีโลกลืม
โคฮารุ สาวน้อยน่ารักช่างเอาใจใส่ แต่บางทีก็ชอบคิดมาก มีความคิดโตเกินวัย
ชายหนุ่มและเด็กหญิงผู้โดดเดี่ยวที่จะมาเติมเต็มชีวิตของกันและกัน
 

 
 
มังงะใสๆ เรื่อยๆ เอื่อยๆ แนว Slice of life ที่พล็อตธรรมดา
ถึงจะเปิดเรื่องมาแบบห้วนๆ แต่อ่านๆ ไปแล้วเนื้อเรื่องดีมาก
แบบอ่านแล้วมันอ้างว้าง หงอยเหงา เศร้าสร้อย อบอุ่น ซาบซึ้ง ประทับใจ คือฟีลดราม่ามาเต็ม.
ออยอินจัดอ่านไปร้องไห้ไปเป็นพักๆ เลยล่ะค่ะ TT'
นิสัยของคุณพ่อกับคุณลูกมือใหม่ก็ช่างน่าเป็นห่วงซะเหลือเกิน เวลาคิดมากอะไรก็ไม่ค่อยจะพูดกัน ดีเกินปายย
ไม่สปอยล์มากดีกว่า เนื้อเรื่องแนวนี้ต้องอ่านเองถึงจะเข้าใจเนอะ
 
... เรื่องราวของการพานพบที่แสนน่าประทับใจ ...
 
 
 
ชีวิตของคนคนหนึ่งสามารถทำให้ชีวิตของอีกคนหนึ่งเปลี่ยนไปได้มากเพียงใดกันนะ...?
 
 
ลายเส้นพริ้วๆ บางๆ ของ อ.ซาฮาระ ช่างดึงดูดใจยิ่งนัก
ถึงภาพจะไม่ค่อยสมบูรณ์แบบ อ่านๆ ไปเดี๋ยวโคฮารุดูโตเป็นสาวบ้าง แปปๆ ก็ดูเด็กลงมาอีก
แต่มองรวมๆ แล้วสวยมากเลย อ่านสบายตาไม่รกมากเกินไป
แล้วออยเป็นคนชอบภาพสีน้ำอยู่แล้ว เจอหน้าปกเข้าไปโดนใจจังๆ
แต่โคฮารุบนหน้าปกดูโตชะมัด = =" ความจริงแกอายุ 5 ขวบเองนะนั่น
 
 
 
 
ผลงานของอาจารย์มีเยอะมาก แต่ไม่ค่อยมี LC ในไทยเพราะส่วนใหญ่เป็น Yaoi, Shounen Ai
ใช้นามปากกา YUMEKA Sumomo
แต่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในไทยตอนนี้ นอกจากเรื่องนี้ยังมีอีก 2 เรื่อง
 
 
 
 
มีทั้งหมด 6 เล่มจบ ลิขสิทธิ์ในไทยเป็นของสำนักพิมพ์ Zenshu ออกมาครบแล้วค่ะ
เรื่องราวเกี่ยวกับการก้าวไปข้างหน้าและการค้นหาตัวเอง
มีเนื้อหาหนักกว่า My Girl น้ำตาปริ่มเหมือนกัน
ใครที่กำลังรู้สึกตื้อๆ ตันๆ กับชีวิต แนะนำให้หาแรงบันดาลใจได้จากเรื่องนี้ค่ะ :)
 
 
 
 
กระซิบรักจากปลายฟ้า (The Voices of a Distant Star / Hoshi no Koe)
การ์ตูนที่ดัดแปลงมาจากผลงานเรื่องเยี่ยมของท่าน SHINKAI Makoto สุดยอดไดเร็คเตอร์แห่งแดนอาทิตย์อุทัย
เล่มเดียวจบ ของสำนักพิมพ์สยามเช่นเดียวกับ My Girl
มีฉบับนิยายของสำนักพิมพ์ Animag ชื่อไทยว่า เสียงเพรียกแห่งดวงดาว แต่ตอนนี้เลิกพิมพ์ไปละ
 
 
 
 
pic cr. sunburn
 
 
Repost: 11.03.2014

วันพุธที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

สามัญเวียดนาม

วิถีชีวิตเล็ก ๆ อันปกติสามัญของคนเวียดนาม
 แต่ที่มันแปลกเพราะ แ ต ก ต่ า ง จากบ้านเรา
 บางเรื่องเก็บเกี่ยวมาจากประสบการณ์ตรง บางเรื่องฟังมาจากเพื่อนชาวเวียดนาม
บอกไม่ได้ว่าจริง-เท็จแค่ไหน เพราะฉะนั้นแนะนำให้อ่านแบบชิลล์ๆ ไม่ซีเรียสนะจ๊ะ ;)
ตรงไหนไม่จริงบอกได้นะ
 
ยาวไปไม่อ่าน...อ่านไปไม่ยาว

 ★ 

 คนเวียดนามมีความขยันขันแข็ง อดทน ไม่ชอบอยู่นิ่ง ถึงจะไม่มีอะไรทำก็จะหาอะไรมาทำ เช่น เล่นกีฬา ทำสวน เม้าท์มอย ทำกับข้าวแจกเพื่อนบ้าน ขี้เหงาว่างั้นเถอะ
 
 คนเวียดนามหน้าตาบึ้งตึงเพราะในอดีตผ่านสงครามที่หนักหนาจึงเกิดความเคร่งเครียด แต่ถ้าได้คุยจะรู้ว่าพวกเขาไม่ได้อัธยาศัยแย่เท่าไหร่นะ
 
 คนเวียดนามดื่มน้ำชาต่างน้ำเปล่า
 
 ร้านอาหารใหญ่ ๆ ในเวียดนามจะเสิร์ฟน้ำแบบสากล คือให้เลือกระหว่างชาหรือกาแฟ แต่ร้านทั่วไปเสิร์ฟแค่ชา
 
 คนเวียดนามชอบกินกาแฟดำมาก และถ้าดื่มกาแฟดำมากจะทำให้เมา (ก๊งเหล้าในไทยคือก๊งกาแฟในเวียดนาม)
 
 ที่เวียดนามมีร้านกาแฟเยอะมาก และเป็นที่นิยมมาก บางร้านมีสาวเชียร์กาแฟด้วย (เหมือนสาวเชียร์เบียร์)
 
 คนเวียดนามนิยมกินอาหารนอกบ้าน แต่ร้านอาหารที่เวียดนามขายอาหารแพงกว่าไทยเท่าตัวหรือมากกว่า
 
 คนเวียดนามไม่กินอาหารรสจัด และกินผักเป็นชีวิตจิตใจ ชอบกินขิงสุด ๆ
 
 แม้อากาศในภาคเหนือจะไม่ค่อยเย็นแต่คนทางภาคเหนือบางคนชอบกินหมาเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น
 
 ทำให้คนเวียดนามเหนือลงมาที่ทางใต้ เพื่อทำอาชีพ 'ขโมยหมา'
 
 หมาตัวเล็กเอาไว้ขายเลี้ยง แต่หมาตัวใหญ่เอาไว้ขายกิน
 
 เราจะไม่ค่อยเห็นหมาตามท้องถนนเพราะเจ้าของจะเลี้ยงไว้ในบ้าน
 
 ถ้าเจ้าของมาพบระหว่างขโมยหมาอาจถูกตีถึงตาย
 
★ หมาขนสีน้ำตาลราคาแพงมากเพราะเค้าถือว่าเป็นสีทอง
 
ก๋วยเตี๋ยวบางร้านใช้เนื้อหมาทำลูกชิ้น สังเกตป้ายให้ดีก่อนเข้าร้าน
 
★ 'เฝอ' หรือก๋วยเตี๋ยวเวียดนามที่แสนเลื่องลือ บอกเลยว่าอร่อยไม่เสียชื่อ ฟันเฟิร์ม !
 
'บั๋นหมี่' หรือขนมปังฝรั่งเศสเป็นที่นิยมในเวียดนามมาก มีร้านตั้งขายเยอะมากเหมือนชายสี่
 
 ขนมปังมีเนื้อนิ่มไม่แข็งเหมือนบ้านเรา (อร่อยฝุด ๆ ใครไปต้องลอง ไม่ลองคือพลาดมาก)
 
 ขนมกรุบกรอบที่เวียดนามนำเข้าจากไทยมีราคาแพงกว่าที่ไทยหลายเท่า
 
 คนเวียดนามชอบโยเกิร์ตมาก ทุกบ้านจะต้องมีโยเกิร์ตติดไว้ตลอด เอาไว้กินบ้าง พอกหน้าบ้าง ทำกับข้าวบ้าง แล้วแต่ความประสงค์
 
 คนเวียดนามรักการบำรุงผิวและผมมาก
 
 ผู้ใหญ่และคนแก่ส่วนมากหัวโบราณสุดโต่ง
 
 คนเวียดนามมองว่าประเทศไทยมีอิสระพอ ๆ กับอเมริกา
 
 รองเท้าแตะเวียดนามเป็นรองเท้าเพื่อสุขภาพ ขนาดใหญ่เทอะทะ (ไม่รู้มันเรียกอะไร ที่มันมีตีนตุ๊กแกรัดเยอะ ๆ อะ)
 
 คนเวียดนามแต่งตัวเชย (มาก) ใครที่แต่งตัวสวยจะถือว่าเป็นผู้นำแฟชั่น แต่ผู้ใหญ่ไม่ชอบ (แต่งตัวสวยของเค้าคือธรรมดา ๆ ของบ้านเรา)
 
 เสื้อแฟชั่นที่เวียดนามราคาแพงกว่าไทยเกินสองเท่าตัว
 
 เสื้อผ้าแฟชั่นทันสมัยของเวียดนาม สำหรับไทยตอนนี้จัดว่าเป็นชุดของเด็กเสี่ยว
 
 เช่นเดียวกับเสื้อผ้า ทรงผมเวียดนามตอนนี้ ผู้ชายฮิตย้อมหัวทอง ทรงรากไทร ขณะที่ไทยเราตอนนี้ถือเป็นเด็กเสี่ยว
 
 ผู้ใหญ่เวียดนามเข้มงวดกับลูกหลานมาก จะต้องทำตามกฎที่ตั้งขึ้นอย่างเคร่งครัด เช่น ต้องเรียนให้เก่ง ห้ามใส่กางเกงสูงกว่าเข่า ห้ามย้อมสีผม ห้ามไปเที่ยว บลาบลาบลา...
 
 เด็กเวียดนามเรียนหนักมาก เด็กคนไหนไม่เรียนพิเศษ...เอาท์ค่ะ
 
 หลักสูตรการเรียนของเวียดนามก้าวหน้ากว่าไทย เด็กเวียดนาม IQ สูงกว่าเด็กไทย
 
 นักเรียน-นักศึกษามักจะใส่รองเท้าแตะไปเรียน
 
★ วัยรุ่นเวียดนามไม่มีโทรศัพท์มือถือ ถึงมีก็จะเก็บไว้บ้านเพราะยังไงก็ไม่มีเพื่อนใช้ ส่วนใหญ่เริ่มใช้ช่วงปลายมหาลัย
 
 เวียดนามเพิ่งเริ่มมีกระแสฮิต BB ได้ไม่นาน ส่วนกลุ่มที่ใช้ iPhone ส่วนมากมีแต่คนรวยวัยทำงาน
 
 คนเวียดนามบางคนชอบลืมตัวใส่หมวกกันน็อคขึ้นรถเมล์บ้าง เข้าห้างบ้าง แต่คนรอบข้างก็ไม่ได้ใส่ใจ (เป็นไทยเราสิ่ โดนหมาต๋ารวบแน่นอน)
 
 ชุดนอนคนเวียดนามมีสีสันฉูดฉาด ส่วนใหญ่นิยมใส่ลายดอก (ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย)
 
★ พวกเขาใส่ชุดนอนต่างชุดอยู่บ้าน สามารถใส่ออกไปข้างนอก ไปออกกำลัง ไปเดินห้างอย่างเป็นปกติสามัญ
 
 คนเวียดนามรักษาผิวมาก จะต้องมีถุงแขน ถุงขา ผ้าปิดจมูก ไว้กันแดดเวลาออกไปข้างนอกเสมอ แม้แต่ที่ใกล้ ๆ
 
 คนเวียดนามส่วนมากไม่ยอมรับเพศที่สาม
 
 คนเวียดนามส่วนมากเริ่มมีแฟนตอนทำงานแล้ว
 
 คนเวียดนามมีอายุยืน ครอบครัวใหญ่ ๆ มีถึงรุ่นทวดเกือบทุกบ้าน
 
 คนเวียดนามถือระบบอาวุโสมาก ต้องเคารพเชื่อฟังกัน
 
 คนเวียดนามเคารพนับถือ 'โฮจิมินห์' มาก อย่าได้เผลอพูดดูหมิ่นเด็ดขาด (เปรียบเหมือนพ่อหลวงของไทยนั่นแหละ)
 
 คนเวียดนามเรียก "ลุงโฮ"
 
 ตามสวนสาธารณะ จะมีร้านขายน้ำอ้อยสดหลายร้าน
 
 ละครไทย ญี่ปุ่น หรือเกาหลีที่นำไปฉายในเวียดนามบางเรื่องจะใช้เสียงแปลพากย์ทับ โดยหรี่เสียงเดิมให้เบาพอได้ยิน (ตอนออยไป มีเรื่องสงครามนางฟ้าพอดี ดูแล้วเสียอารมณ์)
 
กราวน์โฮสเตส(แอร์กราวน์) มีรายได้และตำแหน่งสูงกว่าแอร์โฮสเตส
 
★ ไม่รู้จริงเปล่า เพื่อนเวียดนามบอกว่าคนที่มีเส้นสายมักจะใช้เส้นเพื่อเป็นพนักงานขายตั๋วเครื่องบิน (...)
 
 ไม้ดัดเวียดนามสวยมาก
 
 คนเวียดนามนิยมตกแต่งบ้านตัวเองให้สวยหรู พวกเค้าทุ่มทุนต่อการสร้างบ้านมาก
 
 บ้านทุกหลังจะมีธงชาติเวียดนามประดับไว้ ส่วนมากประดับไว้หน้าบ้าน
 
 บ้านส่วนมากจะมี 3-4 ชั้น เป็นบ้านลักษณะแบบตึกแถว
 
 บ้านที่เวียดนามเป็นบ้านปลูกเอง พวกเขาเคร่งเรื่องที่ดินมาก จะไม่มีการล้ำอาณาเขตกันเด็ดขาด
 
 ห้องที่สำคัญที่สุดในบ้านคือห้องรับแขก เพราะถือว่าเมื่อแขกเปิดประตูเข้ามาจะต้องเห็นห้องนี้เป็นห้องแรก ถือเป็นหน้าเป็นตาของบ้าน
 
 ห้องครัวจะอยู่ชั้น 2 ของบ้าน เพราะถือเป็นส่วนที่แขกไม่ควรเห็น
 
 บ้านเกือบทุกหลังจะมีห้องพระสำหรับวางโต๊ะบูชาบรรพบุรุษขนาดเล็กอยู่ชั้นบนสุดของบ้าน จะเปิดไฟสีแดงไว้ตอนกลางคืน
 
 เพราะไม่นิยมใช้รถ บ้านไหนไม่มีรถก็ไม่ทำที่จอดรถ แต่ทำที่จอดมอเตอร์ไซค์แทน (กว้างขนาด 2/5 ของที่จอดรถ)
 
 ประเทศเวียดนามค่าครองชีพสูง
 
 รถที่เวียดนามมีภาษีนำเข้าและภาษีต่อปีสูงมาก รถจึงราคาแพงสุด ๆ บ้านไหนมีรถนับว่ารวย
 
 แต่ละบ้านในเวียดนามจะต้องมีรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอย่างน้อยหนึ่งคัน
 
 คนเวียดนามนิยมขับจักรยาน และมอเตอร์ไซค์ ทุกคนจะต้องใส่หมวกกันน็อค เค้าไม่ถือว่าเป็นกฎเกณฑ์ เพราะทำจนเคยชิน
 
 มอเตอร์ไซค์คันนึง คนเวียดนามสามารถนั่งได้หลายคน (เคยเห็นซ้อนกัน 8 คนด้วย ...พยายาม)
 
 คนเวียดนามสามารถขนของขนาดใหญ่หรือจำนวนมากด้วยมอเตอร์ไซค์เพียงคันเดียว (ย้ำว่ามากจริง ๆ ...โคตรคุ้มค่า...)
 
คนเวียดนามไม่ค่อยมีรถยนต์ส่วนตัว เวลาไปไหนมาไหนหลายๆ คนจึงนิยมนั่งรถแท็กซี่หรือรถเมล์
 
เทียบอัตราส่วนจำนวนรถ ถ้ามีรถ 10 คัน จะมีรถยนต์เพียง 1 คันที่เหลือคือมอเตอร์ไซค์ และ 4 ใน 5 ของรถยนต์นั้นคือรถแท็กซี่
 
 คนขับรถแท็กซี่และรถเมล์ของเวียดนามช่างจ้อ
 
 บางทีคนเวียดนามก็คล้ายคนจีนคือชอบพูดกระโชกโฮกฮากแต่ความจริงไม่มีอะไร
 
 กฎหมายจราจรเวียดนามเข้มงวดเรื่องจำกัดความเร็วมาก รู้สึกเมืองใหญ่จะจำกัดที่ 40 กม./ชม.
 
 คนเวียดนามเคารพและเคร่งครัดกฎหมายพื้นฐานสุด ๆ โดยเฉพาะกฎหมายจราจร ใครฝ่าฝืนโดนปรับหนัก 
 
การจะไปที่ไหนสักที่ด้วยรถโดยสารประจำทางใช้เวลานานมากเพราะรถขับช้า แต่คนที่ยืนโหนรถเมล์ก็เหมือนจะไม่เมื่อยกันเลยสักนิด
 
 เฉพาะถนนเส้นหลักหรือต้องใหม่จริง ๆ จึงจะมีสัญญาณไฟจราจร ซึ่งมีน้อยมากกกก
 
 การจราจรในเวียดนามเป็นแบบ "เวียดนามมีน้ำใจ เธอไปเลย ฉันให้แซง"
 
 เพราะมีน้ำใจม๊ากมาก ผู้ขับขี่จึงขับกันอย่างสับสนอลหม่าน ขับปาดซ้ายแซงขวาเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ แต่อุบัติเหตุกลับน้อยมาก (...พี่แกมากับดวง)
 
 บนท้องถนนในเวียดนามจะมีเสียงแตรตลอดเวลา ไม่ใช่เพื่อต่อว่าแต่เป็นการบอกให้รู้ว่า "ฉันกำลังจะแซง เธออย่าเปลี่ยนเลนนะ" ซึ่งช่วยลดอุบัติเหตุได้ดีมาก (แต่เป็นมลภาวะทางเสียงโคตร)
 
 เวลาข้ามถนนต้องเดินไปเรื่อย ๆ หลับตาเดินยังได้เลย คนขับจะหักหลบโดยอัตโนมัติแต่ห้ามหยุด ชะลอ หรือถอยกลับเด็ดขาด
 
 ถึงจะมีทางม้าลายก็เหมือนไม่มี ทางม้าลายไม่มีความหมายสำหรับคนเวียดนาม
 
 เวียดนามไม่มีทางต่างระดับ และเส้นทางจราจรเกือบทั้งหมดเป็นแบบวันเวย์
 
 เวียดนามมีแต่รถไฟธรรมดา ไม่มีรถไฟฟ้า
 
 รถไฟฟ้ากำลังสร้าง แต่สร้างช้ามากกกกกก
 
 การคมนาคมในเวียดนามค่อนข้างย่ำแย่ในหลายด้าน
 
 สาเหตุข้างบนส่วนหนึ่งมาจากการคอรัปชั่น (เยอะตามหลังไทยอยู่หน่อย)
 
 พ่อค้าแม่ขายหลายเจ้าตั้งราคาสินค้าสูงกว่าความเป็นจริงมาก แต่กลับไม่มีการตรวจสอบอย่างจริงจัง เอ๊ะทำไมน๊า
 
 ห้างที่เวียดนามส่วนมากจะมีเพียงสองชั้น ห้างใหญ่ ๆ ก็มีนะ แต่คนนิยมไปห้างเล็กมากกว่า
 
 ห้างในเวียดนามเพิ่งมีการสร้างลิฟต์และบันไดเลื่อนมาไม่กี่ปี คนแก่และเด็กหลายคนจึงไม่กล้าใช้ (ถ้าจะใช้ก็ต้องมีคนขึ้นไปเป็นเพื่อนด้วย)
 
 เวียดนามเพิ่งเปลี่ยนจากฮิตญี่ปุ่นเป็นเกาหลีได้ไม่นาน เหมือนไทยที่เมื่อก่อนเคยฮิตญี่ปุ่นแล้วมาเกาหลีฟีเวอร์ในปัจจุบัน
 
 เพลงวัยรุ่นของเวียดนามยังมีเสียงผสมลูกทุ่งเหมือนเพลงวัยรุ่นเราสมัยก่อน
 
 ลอตเตอรี่ออกทุกวัน (แต่เงินไม่มากเท่าไหร่)
 
 ก่อนที่จะเป็นเมืองขึ้นฝรั่งเศส เวียดนามเคยเป็นเมืองขึ้นอเมริกา แต่พวกคนแก่จะเกลียดชาวอเมริกามากกว่าชาวฝรั่งเศสเพราะสมัยสงคราม ถึงจะเป็นเมืองขึ้นแต่ฝรั่งเศสก็มาสร้างนู่นนี่ให้เจริญขึ้นบ้าง แต่อเมริกาดีแต่ทำลายและคร่าชีวิตญาติพี่น้องพวกเขา
 
 ★ 
 
Repost: 06.03.2014

วันอังคารที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

[Light Novel Review] ท่านหญิงจอมแก่นกับปีศาจเทนงู

         พั น ธ ะ ปี ศ า จ          ผู ก ข า ด สั ญ ญ า
ปี ก เ เ ห่ ง ปั ก ษ า          น ภ า โ บ ย บิ น
 
 
 
 
天狗と姫君 (Tengu to Himegimi)
เรื่อง : KIKUCHI Yumi 
ภาพประกอบ : AKANA Meiko
ลิขสิทธิ์ในญี่ปุ่น : Enterbrain, Inc.
ลิขสิทธิ์ในไทย : G-Plus Books (เครือ Animag Publishing)
จำนวน : 2 เล่มจบ
 
เล่ม 1 : ผูกด้ายแดงยามฉลู / 140.-
เล่ม 2 : ผูกด้ายแดงชั่วนิรันดร์ / 145.-
 
 
'โคโตโกะ' สาวน้อยผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นหญิงงามแต่มีนิสัยแปลกประหลาด
ถูกพ่อซึ่งเป็นขุนนางตกอับบังคับให้หมั้นหมายกับนักรบผู้ขึ้นชื่อเรื่องความหล่อเหลา เก่งกาจ และเป็นเสือผู้หญิง
โคโตโกะซึ่งชอบเรื่องภูตผีปีศาจจึงหาทางใช้วิธีไสยศาสตร์เพื่อหนีการคลุมถุงชนนี้
เธอเดินทางไปยังศาลเจ้าคิฟุเนะแห่งภูเขาคุรามะเพื่อทำพิธีสาปแช่งยามฉลู
ที่นั่นเอง เธอบังเอิญได้พบกับ 'โทยะ' ปีศาจเทนงูที่ไม่ได้เรื่องได้ราวเอาซะเลย
แต่ไม่นานโทยะก็บินจากไป ทิ้งไว้เพียงความสงสัยให้โคโตโกะว่านี่เป็นเรื่องจริงหรือความฝันกันแน่
 
วันรุ่งขึ้นโคโตโกะจึงสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับปีศาจเทนงู
เธอพบว่าหากผูกพันธสัญญาแห่งเทนงูแล้วทำให้ความปราถนาของเทนงูเป็นจริงได้
ก็จะสามารถทำให้ความปราถนาของผู้ผูกพันธสัญญาสำเร็จได้ด้วยเช่นกัน
โคโตโกะจึงตัดสินใจกลับไปตามหาโทยะอีกครั้ง
 

 
[ แนะนำตัวละคร ]
 
 
 
ทาจิบานะ โนะ โคโตโกะ
ลูกสาวคนเดียวของตระกูลขุนนางตกอับ อายุ 17 ปี
หน้าตางดงามแต่กลับมีนิสัยประหลาด เป็นคนหัวดื้อ โผงผาง กระโดกกระเดก ไม่ละเอียดอ่อน ทำงานบ้านไม่เป็น
ชื่นชอบเรื่องภูตผีปีศาจ มักจะก่อเรื่องวุ่นๆ ให้พ่อแม่กุมขมับเสมอ
ชอบหนีออกไปเที่ยวนอกบ้านเพราะอยากเปิดหูเปิดตาในโลกกว้าง
 
 
 
โทยะ
ปีศาจเทนงู ใส่หน้ากากเทนงูตลอดเวลา ไม่ชอบให้คนอื่นเห็นใบหน้าเบื้องหลังหน้ากาก
มีปีกซ้าย-ขวาไม่เท่ากัน จึงทำให้ต้องบินอย่างทุลักทุเล
เป็นถึง 'ลูกชายของหัวหน้าเผ่า' แต่กลับมีพลังน้อยกว่าปีศาจเทนงูตนอื่นๆ เนื่องจากสาเหตุบางอย่าง
แม้จะอ่อนแอแต่ว่าเป็นคนอ่อนโยน ใจดี
 
 
 
คาซาเนะ
ปีศาจการาสุผู้ติดตามเทนงู เป็นเหมือนพี่เลี้ยงของโทยะ
มีเคล็ดลับซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าและเรือนร่างสง่างาม
นิสัยตรงๆ หลงตัวเอง ชอบแกล้งแหย่โทยะ
 
  
 
ไทระ โนะ ซาดาฮิสะ
นักรบตระกูลขุนนางผู้มีอำนาจและอนาคตไกลทั้งที่เพิ่งจะอายุ 21 ปี ขึ้นชื่อว่าเป็นเสือผู้หญิง
มีสเน่ห์และสง่างามน่าหลงใหล เป็นที่หมายปองของหญิงสาวตระกูลขุนนางต่างๆ
ตกหลุมรักโคโตโกะตั้งแต่แรกพบ มักจะส่งจดหมายหรือของกำนัลมาให้ บางทีก็เข้ามาตื๊อโคโตโกะถึงบ้าน
 
 
 
ฟูจิวาระ โนะ โฮตารุโกะ
สาวสวยตระกูลขุนนางที่ร่ำรวย
เป็นเพื่อนรักของโคโตโกะเพราะพ่อทั้งสองรู้จักกัน แต่กลับมีนิสัยต่างกันคนละขั้ว
โฮตารุโกะมีนิสัยสงบเสงี่ยมเรียบร้อยสมเป็นลูกคุณหนู
เป็นคนที่ทำให้โคโตโกะชอบเรื่องภูตผีปีศาจ
แต่งงานแล้ว แต่กำลังกลุ้มใจเพราะสามีไม่ค่อยมาหา มีข่าวลือว่าเขามักจะไปมาหาสู่บ้านลูกสาวตระกูลขุนนางชั้นสูง
 
 

 
[ Spoil ภาพประกอบ ]
คลิกที่ภาพเพื่อขยาย
 
 
หน้าแนะนำตัวละคร
 
 
 
ภาพประกอบจากบทที่ 1
โคโตโกะที่อยู่ระหว่างทำพิธีสาปแช่งยามฉลูได้มาพบกับปีศาจเทนงู
 
 

 
[ลงคะแนน]
 
 
เนื้อเรื่อง
[ 5/10 ]
เป็นไลท์โนเวลแฟนตาซีย้อนยุค มีเรื่องยิบย่อยมากมาย ทั้งวิถีชีวิต วัฒนธรรม พิธีกรรม ปีศาจ ตำนาน บลาๆๆ
ทำให้มีการอธิบายและแปลความหมายในรูปเชิงอรรถเยอะมากกกกกกกก
ยํ้าว่ามากจริงๆ ยิ่งแรกๆ นี่หน้าเว้นหน้าเลยทีเดียว บางหน้ามีหลายคำอีก = ="
หลังๆ เริ่มน้อยลงแต่ก็โผล่มาเป็นระยะๆ
เห็นแล้วมันขัดความสนุกเล็กๆ อ่านแล้วไม่ค่อยลื่นไหลเลย
 
ในส่วนของเนื้อหาช่วงแรกจะเป็นการปูพื้นเรื่อง แล้วค่อยๆ มีตัวละครต่างๆ โผล่ขึ้นมาทีละตัว
จากนั้นจึงพูดถึงปริศนาเล็กๆ ในเรื่อง และการทำให้ความปราถนาของพันธสัญญาสำเร็จ
เรื่องเดินไปแบบเนิบๆ เอื่อยๆ วนไปวนมาจนน่าเบื่อ
ปมของเรื่องก็ดูจะบางเบาเหลือเกิน ทั้งที่ตั้งความหวังว่าไคลแม็กซ์จะเรียกคะแนนกลับมาได้
แต่ก็ไม่เห็นรู้สึกตื่นเต้นสักนิด อ่านจบแล้วแบบ "ห้ะ...แค่เนี๊ยะอะนะ"
รู้สึกว่าเนื้อเรื่องมันไม่มีอะไรเลย ทั้งที่พล็อตดูน่าติดตามแท้ๆ
สรุปว่าเป็นเรื่องที่ออยไม่ปลื้มเลย อ่านเล่มเดียวพอ ไม่ตามต่อละ ผิดหวังอ่ะ :(
ยังดีที่มีบทฮาๆ แทรกเข้ามาบ้าง แต่ที่แป้กๆ ก็มีไม่น้อยเหมือนกัน
 
 
 
ตัวละคร
[ 4/10 ]
ไม่ชอบนางเอกเลยยยยยยยย !
สุดจะงี่เง่าเกินบรรยาย ทำอะไรคิดถึงแต่ตัวเอง สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น
เป็นนางเอกในแบบที่เกลียดที่สุดแล้วอ่ะ ...โอ๊ยเดือดมั่กค่ะขุ่นพี่ !
ส่วนพระเอกนิสัยยังพอถูไถ แต่รู้สึกบทมันไม่ส่งเอาซะเลย
ตัวประกอบที่ออกน้อยกว่าอย่างผู้ติดตามยังดูเด่นกว่าเลย
 
ตัวประกอบอื่นๆ ก็โผล่ๆ มาพักนึงแล้วหายเข้ากลีบเมฆไป
คือแบบยังไม่ทันรู้จักดีเลยอ่ะ ไปซะและ
 
 
 
ภาพประกอบ
[ 5/10 ]
หน้าปกสีสวยแต่ภาพไม่สวยเลยง่ะ
วาดตัวละครชายหล่อดีแต่ตัวละครหญิงนี่ไม่ไหวนะ
อย่างนางเอกที่ในเรื่องว่าสวยนักสวยหนา แต่ในภาพเห็นแล้วนึกในใจว่า "นี่สวยแล้วเรอะ?" เลื่อนไปดูข้างบน
AKANA Meiko บอกไว้ตรงปีกปกว่าวาดภาพประกอบนิยายที่มีตัวเอกเป็นตัวละครชายมาหลายปี
ก็คงจะไม่ชินกับการวาดผู้หญิง ถึงได้วาดผู้หญิงออกมาอย่างกับผู้ชายแน่ะ
แต่ภาพหลังๆ สวยนะ อาจารย์วาดด้านข้างแล้วมันก็ดูเป็นผู้หญิงดี คืออย่าวาดด้านตรงเลย TT'
 
 
 
รวมคะแนน
 
[ 5 / 10 ]
 
Repost: 03.01.2014

วันจันทร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

[Light Novel Review] บริษัทพ่อบ้านรับจ้างไม่จำกัด


              ชี วิ ต เ เ ม้ พ ลิ ก ผั น          อ ย่ า ไ ด้ พ ลั น ปิ ด ก ลั้ น ใ จ
โ ล ก ก ว้ า ง ท า ง ยั ง ไ ก ล          เ จ อ สิ่ ง ใ ด ไ ม่ อ า จ เ ด า
 
 
 
 
レンタル執事 (Rental Steward)
เรื่อง : FUJISAKI Ayuna
ภาพประกอบ : NAGI Kasumi
ลิขสิทธิ์ในญี่ปุ่น : Enterbrain, Inc.
ลิขสิทธิ์ในไทย : G-Plus Books (เครือ Animag Publishing)
จำนวน : 3 เล่มจบ
 
เล่ม 1 : เหตุที่ต้องฝึกเป็นพ่อบ้าน / 140.-
เล่ม 2 : บ้านที่ถูกส่งไปประจำพิลึกยิ่งกว่านิยาย / 145.-
เล่ม 3 : ตามแต่ใจคุณหนูจะปราถนา / 140.-
 
 
'เทนโจ เทนกะ' คุณชายจอมเอาแต่ใจ ที่ทั้งชีวิตมีแต่ความสุขสบาย
แต่แล้วในวันเกิดครบรอบอายุ 16 ปี ชีวิตกลับต้องพลิกผันเพราะบริษัทที่พ่อเป็นประธานล้มละลาย
เทนกะกลายเป็นคุณชายตกอับที่ไม่เหลือทั้งเงิน บ้าน ญาติพี่น้อง กระทั่งพ่อก็ยังหายตัวไป
 
เทนกะผู้อาภัพไร้ที่ไปได้พ่อบ้านประจำตระกูลเทนโจอย่าง 'เชคอฟ' ช่วยไว้
แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องทำงานเป็นพ่อบ้านฝึกหัดใน 'บัทเลอร์ซิสเต็ม' บริษัทจัดหาพ่อบ้านที่เชคอฟเป็นประธาน
 

 
[ แนะนำตัวละคร ]
 
 
 
เทนโจ เทนกะ
คุณชายผู้ใช้ชีวิตอย่างฟุ่มเฟือย เย่อหยิ่ง เอาแต่ใจ
เพราะชีวิตมีแต่ความสุขสบาย เมื่อต้องกลายเป็นพ่อบ้านฝึกหัดจึงต้องลำบากไม่น้อย
แต่ด้วยความหัวดื้อและไม่ชอบยอมแพ้ใครจึงมุ่งมั่นที่จะลบคำสบประมาทที่ว่าตัวเองเป็นคนไม่ได้เรื่อง
เป็นคนตรงไปตรงมา รู้สึกอย่างไรก็แสดงออกอย่างนั้น
จนบางครั้งก็เผลอทำอะไรไปโดยไม่ทันคิด
ความสามารถพิเศษคือไวโอลิน
 
 
 
เอโคดะ เก็นโซ (เชคอฟ)
พ่อบ้านประจำตระกูลเทนโจและผู้ก่อตั้งบริษัทจัดหาพ่อบ้านบัทซิส (บัทเลอร์ซิสเต็ม)
ชื่อ 'เชคอฟ' เป็นฉายาที่เทนกะตั้งให้เมื่อยังเล็ก
เป็นคนใจดีและบ่อน้ำตาตื้น มีรสนิยมชอบของน่ารักๆ
รักและเอ็นดูเทนกะมาก ถึงสถานะจะเปลี่ยนไปก็ยังเรียกเทนกะว่า 'คุณหนู' เหมือนเดิม
 
 
 
คิริชิมะ ฟุยุกิ
เพื่อนร่วมห้องของเทนกะ แม้จะเป็นนักเรียนแต่ก็มีหน้าที่บริหารบริษัทลูกของครอบครัว
มีความเป็นผู้ใหญ่ ฉลาด สุขุม เยือกเย็น สมบูรณ์แบบจนน่าหมั่นไส้
ดูถูกความเป็นคุณชายไม่เอาไหนของเทนกะ จนมีเรื่องกันก่อนหน้าที่เทนกะจะตกอับ
 
 
 
วิลเลี่ยม ลอเรนส์
ชาวอังกฤษที่มาศึกษาต่อมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่น
พูดภาษาญี่ปุ่นได้อย่างคล่องแคล่ว แต่ก็มักจะมีภาษาอังกฤษแทรกมาด้วย
อ่อนโยนกับเทนกะเพราะเป็นพ่อบ้านฝึกหัดเหมือนกัน และอายุใกล้เคียงกันมากที่สุดในบัทซิส
ความสามารถพิเศษคือการชงชาทั้งฝรั่งและญี่ปุ่น
 
 
 
คาจิ โซจิ
แม้จะอายุเพียง 20 ปี แต่ก็มีนิสัยสงบเยือกเย็นเหมือนผู้ใหญ่
แต่นิสัยจะเปลี่ยนไปทันทีเมื่อเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำความสะอาด
 
 
 
ทากายาชิกิ เร็ตสึ
เป็นคนใจร้อน
มีฝีมือในการทำอาหารที่ยอดเยี่ยมทั้งอาหารญี่ปุ่น ฝรั่ง จีน หรืออื่นๆ
ไม่อนุญาตให้ใครเข้ามายุ่งวุ่นวายในครัวของบัทซิสเป็นอันขาด
 
 
 
ฮายามิ ทัตสึโร่
เคยเป็นอาจารย์สอนพิเศษ
มีความรู้ในเรื่องต่างๆ อย่างละเอียด และชอบหาความรู้ใหม่ๆ เสมอ
หากมีใครเปิดประเด็น เขาก็จะร่ายยาวเหยียดได้เป็นชั่วโมงเลยทีเดียว
 
 
 
มามิยะ ทาคุมิ
เปรียบเสมือนรองประธานบัทซิส
คอยดูแลเอาใจใส่สมาชิกของบัทซิส มีนิสัยเข้มงวดและน่ากลัว
แต่มีเพียงเรื่องเดียวที่ทำให้เขาสั่นไหวได้นั่นก็คือ...!?
 
 
 
วิกเตอร์ ฮอนดะ
อาชีพหลักคือหมอดูที่มีชื่อเสียงโด่งดัง
เบื้องหน้าเป็นเจ้าชายใจดี แต่เบื้องหลังเป็นคนปากเสียและเย่อหยิ่ง
สามารถทำนายทุกเรื่องได้อย่างแม่นยำ
มีใบหน้าที่คาดเดาไม่ออกว่าอายุเท่าไหร่
 
 
 
นอกจากนี้ยังมีพ่อบ้านรูปงามคนอื่นๆ ในเล่ม 2-3 อีกนะคะ
 

 
[ Spoil ภาพประกอบ ]
คลิกที่ภาพเพื่อขยาย
 
 
หน้าแนะนำตัวละคร
 
 
 
ภาพประกอบจาก Prologue (บทนำ)
การพบกันครั้งแรกของเชคอฟและเทนกะน้อย โมเอ้~
 
 
 
ภาพประกอบจากบทที่ 2
นี่มันบริษัทจัดหาพ่อบ้านหรือโฮสคลับกันคะ ?
 
 

 
[ลงคะแนน]
 
 
เนื้อเรื่อง
[ 8/10 ]
พ่อบ้านในบัทเลอร์ซิสเต็มจะถูกส่งตัวไปประจำตามบ้านของผู้ว่าจ้าง
มีแบบระยะสั้นครึ่งวัน ระยะยาว 2-3 ปี หรืองานเสิร์ฟในงานเลี้ยง
 
เทนกะที่อยู่อย่างสุขีมาทั้งชีวิต อยู่ๆ บริษัทพ่อก็ล้มละลาย
ไม่มีที่ไปเลยต้องมาเป็นพ่อบ้านซะงั้น
เนื้อเรื่องกระชับฉับไวจนอึนๆ งงๆ เลยทีเดียว - -"
แต่ไลท์โนเวลเป็นงี้ทุกเรื่องอะ เริ่มเรื่องกันแบบติดจรวดแล้วค่อยๆ เฉื่อยลง
 
ในช่วงแรกจะเป็นการปรับตัวของเทนกะ
การเรียนรู้หน้าที่พ่อบ้าน คุณชายผู้ไม่เคยทำอะไรเองต้องเริ่มต้นจาก 0
แค่คิดก็เหนื่อยแทน ก็ขนาดเราคนปกติยังขี้เกียจจะทำเล้ยยย
แต่เทนกะน้อยเรา บ่ ยั่น ไม่ใช่ว่าอยากจะทำแต่เพราะทิฐิสูง เลยกลายเป็นความพยายามโดยไม่รู้ตัว
ตรงจุดนี้แม่ยกอย่างเราก็เอาใจช่วยอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ
เป็นเรื่องแนว Coming-of-age ที่จัดว่าใช้ได้เลย
 
อ๊ะ! เกือบลืม ต้องขอขอบคุณคุณ @losteron ผู้แปลด้วยนะคะ
 
 
 
ตัวละคร
[ 8/10 ]
อยากจะรู้ว่าพวกเอ็งเป็นพ่อบ้านหรือโฮสสส!?
แต่ละคนทั้งหน้าตาและความสามารถมาเต็มอ่ะจริงๆ
พ่อบ้านแต่ละคนมีความโดดเด่นต่างกันไป
อ่านแล้วจะรู้ว่าอุปนิสัยคนไหนให้ความรู้สึกว่าเป็นพ่อ แม่ พี่ชาย บลาบลา
แน่นอนว่าเทนกะต้องเป็นลูกชายคนสุดท้อง ;)
 
เทนกะ ถึงแรกๆ จะน่าจับยัดส้วมมากกก แต่ไปๆ มาๆ ก็น่ารักขึ้นทุกทีๆ
นิสัยและความคิดพัฒนาขึ้นตามลำดับ เหมือนเด็กที่ค่อยๆ เรียนรู้โลกที่ไม่รู้จัก
อ่านๆ ไป เล่ม 2-3 ก็น่ารักขึ้นต่างกับตอนแรกลิบบบ
 
ส่วนอีกคนที่มีบทสำคัญๆ ทุกเล่มก็คือ คิริชิมะ ฟุยุกิ
เวลาเทนกะกับฟุยุกิเข้าฉากด้วยกัน ขอรับประกันว่าทุกท่านต้องฟินแน่นอน ><
ถ้าให้จิ้นเรื่องนี้ตามประสาสาววาย ในบรรดาฮาเร็มของเทนกะ (?) ออยว่าอีตานี่แหละมาวิน
 
 
 
ภาพประกอบ
[ 10/10 ]
สาเหตุที่ทำให้สนใจเรื่องนี้ก็เพราะหน้าปกนี่แหละ!
บุคลิกและหน้าตาที่บรรยายไว้ ได้อาจารย์ NAGI Kasumi วาดออกมาได้สมบูรณ์แบบจริงๆ
หนุ่มๆ แต่ละคนละลายใจมั่กค่ะขุ่นน้อง
และที่โดนใจใช่เลยก็คือคุณหนูเทนกะ~ น่ารักหน้าเคะมาก ฮิฮิ
ออยเป็นแม่ยกหนุ่มเคะนะคะ
 
 
 
รวมคะแนน
 
[ 8 / 10 ]
 

 
Rental Shitsuji มีแบบ Drama-CD ด้วยนะ
(ฝั่งขวาเป็นคาแรคเตอร์ไกด์)
 
 
 
 
และแบบมังงะเล่มเดียวจบ LC โดยสำนักพิมพ์บงกช >>CLICK<<
 
 
 
ออฟฟิเชียลเว็บไซต์ของ Rental Shitsuji (ญี่ปุ่น)
 
Repost: 17.04.2013